![]() |
| อนุสาร อ.ส.ท. สิงหาคม ๒๕๐๗ เล่มแรกของคุณสมศักดิ์ ปราจัน |
สมศักดิ์ ปราจัน /จังหวัดตาก
ถ้าถามว่าประทับใจ
อ.ส.ท. เล่มไหนมากที่สุด ผมตอบได้โดยไม่ลังเลว่า เล่มประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๐๗
ด้วยเหตุผลว่าเป็นเล่มแรกที่ผมได้รู้จักกับ อ.ส.ท. และที่สำคัญเป็นฉบับแนะนำจังหวัดตากซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดของผม
ในละแวกบ้านเกิดของผมที่อำเภอบ้านตาก
จังหวัดตาก เมื่อ ๖๐ กว่าปีก่อน ทั่วทั้งอำเภอไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปา ไม่มีโทรทัศน์
ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีถนนลาดยาง ไม่มีห้องสมุดสาธารณะ ไม่มีร้านขายหนังสือ
แม้จะชอบอ่านหนังสือและกระหายใคร่อ่านสักปานใดก็ไม่มีหนังสืออื่นให้อ่าน มีเพียงแต่หนังสือแบบเรียนของกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น
ซึ่งก็อ่านซ้ำซากอ่านแล้วอ่านอีก จนอยากจะหลีกหนีความจำเจจากหนังสือแบบเรียนเต็มที
กระทั่งเมื่อปี ๒๕๐๘ เรียนอยู่ชั้น ป.๔ เพื่อนบ้านที่อยู่บ้านติดกันได้ไปซื้อหนังสือชั่งกิโลจากตลาดเพื่อเอามาพับถุงขาย
ทั้งหมดเป็น นิตยสารบางกอก แต่ก่อนที่จะถูกแปรสภาพเป็นถุงกระดาษนั้น ผมได้ขอยืมเพื่อนบ้านผู้อารีเอามาอ่านก่อน
ปรากฏว่าเนื้อหาเป็นนวนิยายเรื่องต่าง ๆ นำมาลงไว้เป็นตอน ๆ บางเรื่องเป็นเรื่องที่นำมาทำเป็นละครวิทยุซึ่งเปิดฟังอยู่
ก็เพลิดเพลินเจริญใจไปตามประสา แต่ไม่ได้อ่านติดต่อกันทุกตอนหรอก เพราะเป็นหนังสือชั่งกิโลขายย่อมมีขาด
ๆ หาย ๆ ไปเป็นธรรมดา
จนมีอยู่ครั้งหนึ่งพบว่ามีหนังสือเล่มขนาดเล็กกว่านิตยสารบางกอกซึ่งไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนปะปนมาหนึ่งเล่ม
ชื่อหนังสือเป็นตัวอักษรสีขาวบรรจุอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมพื้นสีแดงเล็ก ๆ ใช้คำว่า อนุสาร
อ.ส.ท. ดูทื่อ ๆ ไม่เด่นสะดุดตา แต่ที่ทำให้สะดุดใจกลับเป็นข้อความตอนล่างของปกหนังสือที่พิมพ์ตัวใหญ่
ๆ ว่า แนะนำจังหวัดตาก ด้วยเพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว เมื่อเปิดอ่านก็ตื่นตาตื่นใจ
ก่อนหน้านี้เพียงแต่รับรู้ว่าจังหวัดตากบ้านเกิดนั้นมีเขื่อนภูมิพล มีน้ำตกลานสาง แต่ไม่เคยเห็นไม่ว่าในทางใดว่ามีรูปลักษณ์เป็นอย่างไรเพราะในสมัยนั้นไม่มีสื่อใด
ๆ ให้เรียนรู้
แต่เมื่อได้เปิดอ่าน อ.ส.ท.แล้ว ถึงได้รู้ได้เห็น
(จากภาพถ่าย) ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน
ได้รู้ประวัติความเป็นมาของเมืองตาก ได้รู้ว่าบนดอยมูเซอมีศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาตั้งอยู่
ได้เห็นภาพของศาลพระวอ ได้เห็นภาพตลาดแม่สอด และอีกหลาย ๆ เรื่องราว เหมือนกบที่กระโดดออกมาจากกะลาครอบ
เลยขอซื้อต่อจากเพื่อนบ้านเพื่อเก็บเอาไว้ ดูเหมือนจะในราคา ๕๐ สตางค์
(จำไม่ได้แน่ชัด) จากราคาปก ๒ บาท
ต่อจากนั้นในครั้งต่อ ๆ มาก็มีกระเส็นกระสายติดมาอีก
๓ ฉบับ คือฉบับเดือนพฤษภาคม ๒๕๐๖
ภาพปกเป็นชาวน้ำเกาะอาดังจังหวัดสตูลกำลังจับกุ้งการัง เดือนธันวาคม ๒๕๐๗ ภาพปกเป็นพระบรมฉายาลักษณ์
รัชกาลที่ ๙ ประทับพระที่นั่งราชยานพุดตานทองเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราสถลมารค
เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๐๘ ภาพปกเป็นพระฉายาลักษณ์เจ้าหญิงมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น
ทุกฉบับอยู่ในสภาพสมบูรณ์ คือมีจำนวนหน้าครบ ไม่ฉีกขาด เว้นแต่ฉบับเดือนธันวาคม
๒๕๐๗ หน้ากลางภาพสีหายไป ทุกวันนี้ก็ยังเก็บรักษาไว้เป็นของรักของหวง หลังจากนั้นไม่กี่เดือนเพื่อนบ้านเขาไม่ได้ไปซื้อหนังสือชั่งกิโลมาอีก
ก็เลยไม่ได้พบหน้าค่าตา อ.ส.ท.อีกเลย ครั้นจะไปหาซื้ออ่านเองก็จนปัญญา ด้วยความที่ยังเป็นเด็กไม่รู้ว่าจะซื้อได้ที่ไหน
อีกทั้งก็ไม่มีเงินที่จะซื้อด้วย
เมื่อปี ๒๕๑๐ – ๒๕๑๓
ไปเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนประจำอำเภอ วันหนึ่งได้เข้าไปในห้องสมุดที่ถูกทิ้งร้าง
แล้วได้พบ อนุสาร อ.ส.ท. ๒ – ๓ ฉบับซุกปนอยู่กับหนังสืออื่น แต่ละฉบับอยู่ในสภาพเก่าชำรุดไม่มีปก
ไม่มีภาพสีหน้ากลาง บางหน้าก็ฉีกขาดหายไป ตื่นเต้นและดีใจเหมือนได้เจอเพื่อนรักที่จากกันไปนาน
เพื่อนนักเรียนร่วมชั้นที่สนิทสนมกันคนหนึ่ง ผู้ปกครองเป็นข้าราชการในอำเภอ
เห็นผมนิยมชมชอบ อ.ส.ท. เลยไปค้นหาที่บ้านซึ่งมีหลงเหลืออยู่จากที่ผู้ปกครองซื้อมาอ่านแล้วไม่ได้อ่านอีก
เอามาให้ผมได้ ๗ เล่ม เข้าใจว่าผู้ปกครองของเพื่อนคงจะบอกรับเป็นสมาชิก
เนื่องจากขณะนั้นในตัวอำเภอไม่มีร้านขายหนังสือ เพราะชาวบ้านทั่วไปไม่มีใครเขาซื้อหนังสืออ่านกัน
![]() |
| อนุสาร อ.ส.ท. พฤศจิกายน ๒๕๑๒ เป็นฉบับเดียวที่มีหน้าปกเป็นแนวนอน |
ปี ๒๕๑๒ – ๒๕๑๔
ไปเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนประจำจังหวัดในอำเภอเมืองตาก ในตลาดมีร้านขายหนังสืออยู่ซึ่งก็มีอยู่เพียงร้านเดียว
ทุกต้นเดือนจะเดินไปซื้อ อ.ส.ท. เริ่มซื้อฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๒ แล้วก็ซื้อเป็นประจำติดต่อกันเรื่อยมาจนมีงานทำกระทั่งเลิกทำงาน
นับถึงปัจจุบัน (ปี ๒๕๖๒) รวมได้ ๕๐ ปี ทุกฉบับยังเก็บไว้เป็นของสะสม บอกรับเป็นสมาชิกอยู่
๒ ช่วง นอกนั้นหาซื้อเองที่ร้านขายหนังสือเพราะเห็นว่าราคาสมาชิกกับซื้อเองเป็นรายฉบับไม่ต่างกันมากจนเป็นแรงจูงใจ
แล้วการบอกรับเป็นสมาชิกเหมือนกับเอาเงินก้อนไปวางไว้เฉย ๆ แทนที่จะเอาเงินจำนวนนั้นมาใช้จ่ายอย่างอื่นก่อน
อีกทั้งบางฉบับที่ได้รับก็มีชำรุดจากการขนส่ง
อ่านทุกเรื่องราวที่มีอยู่ใน
อ.ส.ท.จนจำลีลาการเขียนของนักเขียนแต่ท่านได้ เช่น ถ้าสนุก สบาย ๆ เป็นกันเอง ก็เป็น
ปราโมทย์ ทัศนาสุวรรณ ถ้าขรึมขลังจริงจัง ก็เป็น สายสุนีย์ สุขนคร ถ้าเล่นสำบัดสำนวนพราวพริ้งก็เป็น ฐากูร
โกมารกุล ณ นคร ช่างภาพที่ผมคุ้นชื่อในยุคก่อนคือ
สุธรรม ชมชื่น ถ้าเป็นในยุคปัจจุบันก็มี นพดล กันบัว สนุกเพลิดเพลินไปกับการอ่านและดูภาพประกอบที่สวยงามราวกับได้ออกไปท่องเที่ยวจริง
ๆ จนกระทั่งลึก ๆ ในใจรู้สึกอยากออกไปสัมผัสของจริงสักครั้ง
![]() |
| คุณแม่ของคุณสมศักดิ์ ที่เขาตาปู จังหวัดพังงา |
ในช่วงปี ๒๕๔๗-๒๕๕๔ เมื่อมีความพร้อม จึงพาคุณแม่ซึ่งมีอายุเข้า
๘๐ ปี โหมตะลุยตะลอนเที่ยวไปเกือบค่อนประเทศ เพราะรู้สึกว่าเวลาเหลือน้อยแล้ว ยืนยันว่าทุกแห่งไปตามลายแทงที่
อนุสาร อ.ส.ท. เขียนไว้ โดยมีมัคคุเทศก์ผู้แสนดีและราคาแสนถูกที่ชื่อ อ.ส.ท. อีกเช่นกันเป็นผู้ให้ความรู้
ทุกครั้งผมกับแม่จะเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง เพราะไม่มีรถยนต์ส่วนตัว บางแห่งแม้การเดินทางจะไม่สะดวก
สำหรับผู้สูงอายุวัยกว่า ๘๐ ปี เช่น
ไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง ๑๖ ชั่วโมง
(ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือเวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น.ถึงแม่ฮ่องสอนประมาณ ๑๐.๐๐ น.ของอีกวันหนึ่ง)
แล้วยังขึ้นเขาลงเขาวกวนไปมากว่า ๑,๐๐๐ โค้ง หรือไปเขาตาปู เกาะปันหยี
ที่จังหวัดพังงา ต้องจ้างเหมาเรือไปกันตามลำพัง ก็ดั้นด้นไปจนถึง
สิ่งที่ได้รับจาก
อนุสาร อ.ส.ท. คือได้รู้ได้เห็น (จากภาพถ่าย) ถึงสถานที่ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้อยากไปเห็นด้วยตา
ซึมซับให้มีใจรักการท่องเที่ยว ได้ความรู้อื่นนอกเหนือจากการท่องเที่ยว
เช่น ฉบับเดือนกันยายน ๒๕๑๒ ได้ลงเรื่องอพอลโล ๑๑ สู่ดวงจันทร์ ในทุกแง่มุมอย่างละเอียดซึ่งในสมัยนั้นหาไม่ค่อยได้ในสื่อต่าง
ๆ
ได้เห็นมุมถ่ายภาพสวย ๆ จากภาพประกอบเรื่อง และได้รู้กลวิธีในการถ่ายภาพจากคอลัมน์หลังกล้องท่องเที่ยว
แล้วจดจำนำเอาไปใช้เป็นแนวทางในการถ่ายภาพในที่นั้น ๆ เป็นต้นว่าภาพเวิ้งอ่าวประจวบจากบนยอดเขาช่องกระจก
ภาพบรรยากาศยามเย็นของทะเลสาบสงขลาที่มองลงมาจากยอดเขาเกาะยอที่ทอทาบด้วยสีหมากสุกโดยมีภาพการทำประมงพื้นบ้านคอยบอกเล่าเรื่องราวให้ภาพดูมีชีวิต
![]() |
| ถนนสายเชียงใหม่-ลำพูนในอดีต |
ภาพถ่ายจาก อนุสาร อ.ส.ท.
ได้กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ สถานที่ในหลาย ๆ แห่งในเล่มเก่า ๆ ณ
วันนี้ไม่เหลือร่องรอยเอาไว้ให้เห็นอีกแล้ว เป็นต้นว่า ฉบับเดือนกันยายน ๒๕๑๐ ภาพถนนสายเชียงใหม่-ลำพูนอันร่มรื่นด้วยต้นยางสูงใหญ่
ที่บริเวณสองข้างทางเห็นเป็นทุ่งนาป่าละเมาะนั้น
บัดนี้บริเวณนั้นได้กลายเป็นตึกรามบ้านช่องเต็มพรืดไปหมดแล้ว ฉบับเดือนสิงหาคม
๒๕๐๗ ภาพศาลาพักร้อนริมแม่น้ำปิงหน้าศาลากลางจังหวัดที่เห็นเวิ้งลำนำปิงนั้น ปัจจุบันลำน้ำปิงบริเวณนั้นถูกถมกลายเป็นแผ่นดินแผ่ขยายออกไปนับร้อยเมตร
เป็นภาพที่หาไม่ได้จากที่ใด ๆ เพราะไม่มีใครถ่ายเอาไว้ นอกจากใน อ.ส.ท.
ณ วันนี้ (ปี
๒๕๖๒) ไม่ได้ออกเดินทางท่องเที่ยว เพราะคุณแม่ไม่อยู่แล้ว หากไปโดยไม่มีคุณแม่ก็ทำให้รู้สึกใจหาย
แม้จะไม่ค่อยได้อ่านหนังสือแล้ว เพราะมีอุปสรรคขัดขวางเนื่องจากตาเป็นต้อกระจก
แต่ผมยังคงซื้ออนุสาร อ.ส.ท.ทุกฉบับเก็บสะสมเอาไว้ให้อยู่ครบเล่ม
ร่วมบอกเล่าเรื่องราวความผูกพันระหว่างตัวคุณเอง คนในครอบครัว
หรือคนรู้จัก กับอนุสาร อ.ส.ท. ฉบับใดฉบับหนึ่งที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ
(ไม่จำกัดว่าเป็นฉบับเก่าหรือใหม่ แต่ฉบับเก่ากว่าจะได้รับการพิจารณาก่อน
ยิ่งเก่ามากยิ่งมีสิทธิ์มาก) ประทับใจฉบับไหน
ประทับใจเพราะอะไร
ประทับใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษ
ประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวที่ประทับใจจากการเดินทางตามอนุสาร อ.ส.ท. ฉบับนั้น
หรือประสบการณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอนุสาร อ.ส.ท. ฉบับใดฉบับหนึ่ง ความยาวไม่เกิน
๓ หน้ากระดาษ พร้อมภาพประกอบตัวเอง คนในครอบครัว หรือคนรู้จัก คู่กับอนุสาร อ.ส.ท.
ฉบับที่ประทับใจ และภาพประกอบอื่น ๆ รวมไม่เกิน ๕ ภาพ
ส่งมาที่ กองบรรณาธิการ อนุสาร อ.ส.ท. กองวารสาร ชั้น ๘
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เลขที่ ๑๖๐๐ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน
เขตราชเทวี กรุงเทพ ฯ ๑๐๔๐๐ หรือทางอีเมล osothomag@gmail.com
เรื่องราวที่ได้รับคัดเลือกลงตีพิมพ์จะได้รับของที่ระลึกพิเศษ Limited Edition จากอนุสาร อ.ส.ท. พร้อมนิตยสารฉบับที่ได้ลงตีพิมพ์












ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น